ที่มาของคำว่า Spam

posted on 26 Jan 2014 14:50 by r-tech directory Tech, Knowledge, Idea

-- 

 

 

--
 
 
สวัสดีค่ะ Cool 
 
รู้สึกคราวนี้อัพเร็วกว่าครั้งที่ผ่านๆมา...
 
จะพยายามไม่อู้มากแล้ว(แต่พอใกล้สอบเดี๋ยวก็คงหายตัวอีก Foot in mouth)
 
อย่าเพิ่งลืมกันนะคะ Tongue out
 
ฤดูหนาวปีนี้ทั้งหนาว ทั้งยาวเลยนะคะ...
 
อยากบอกให้ทุกคนรักษาสุขภาพ...แต่ทว่า
 
ตอนนี้เราหวัดรับประทานไปแล้วค่ะ Foot in mouth
 
ปวดหัวแทบทุกวันเลย Tongue out
 
เอาเป็นว่า entry นี้มาพักสมองคลายเครียด(?)กันซักนิดกันดีว่าค่ะ
 
 
บางทีอาจจะเครียดขึ้น??
 
 
--
 
คิดว่าหลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกับเจ้าสิ่งนี้กันอยู่แล้ว
 
เปิดเมล์ทีไร มาทุกทีFoot in mouth 
 
แต่มันมีอะไรล่ะ?
 
เอาล่ะ ไปอ่านกันเถอะค่ะ
 
--
 
 
 
 

 

 
 
 
  
สแปม 

 

 

 

 

สแปม (spam) คือชื่อเรียกของการส่งข้อความที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ

ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยส่วนมากจะทำให้เกิดความไม่พอใจต่อผู้รับข้อความ
 
-
สแปมที่พบเห็นได้บ่อยได้แก่ การส่งสแปมผ่านทางอีเมล ในการโฆษณาชวนเชื่อ
 
หรือโฆษณาขายของ โดยที่เราไม่รู้เลยว่าผู้ที่ส่งมาให้นั้นเป็นใคร
 
นอกจากจะทำให้ผู้รับรำคาญใจและเสียเวลาในการกำจัดข้อความเหล่านี้แล้ว
 
สแปมยังทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตลดลงด้วย
-

การส่งสแปมเริ่มแพร่หลายเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

มีค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบการการส่งข้อความชักชวนทางอื่น เช่นทางจดหมาย
 
หรือทางสื่อต่างๆ และในขณะเดียวกันกฎหมายเกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์
 
ที่เกี่ยวข้องกับสแปมยังไม่ครอบคลุม
 
จนกระทั่งเริ่มมีใช้ครั้งแรกปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ในประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 
 
--
 
หลายๆคนอาจจะสงสัยแล้ว เรื่องนี้อ่านแล้วคลายเครียดยังไงFoot in mouth 
 
ลองอ่านต่อดูก่อนนะคะ 
 
 
--
 
 

คำว่าสแปมมีที่มาจากรายการโทรทัศน์ชื่อ Monty Python(มอนตี ไพทอน)

-กลุ่มดาราตลกกลุ่มหนึ่งในอังกฤษสมัยก่อน
 
(รายการฉายครั้งแรกปี1970) <-- มีใครเคยดูมั้ยคะ Cool
 
ในชื่อตอนว่า "Spam" ซึ่งเป็นชื่ออาหารกระป๋อง (เนื้อกระป๋อง)
 
 
 
 
 
 
 
โดยตัวเอกของเรื่องสองคนทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
 
โดยตัวเอกผู้หญิงไม่ต้องการอาหารที่มีสแปมเป็นส่วนผสม
 
ทางร้านก็พยายามพูดแต่รายการที่มีแต่สแปมหลากหลายมากจนยืดยาวน่าเบื่อ

โดยมีข้อความบางส่วนดังนี้: 

 

พนักงานเสิร์ฟ: เรามี สแปม ไข่ ไส้กรอก และ สแปม ต้องการรับอะไรคะ

คุณผู้หญิงบัน: ฉันไม่ต้องการสแปม

คุณผู้ชายบัน: อย่ากังวลที่รัก เดี๋ยวฉันทานสแปมให้ ฉันชอบทาน

สแปม สแปม สแปม สแปม สแปม ถั่วอบ สแปม สแปม และ สแปม
 

พนักงานเสิร์ฟ: ตอนนี้ที่ร้านไม่มี ถั่วอบ คะ

คุณผู้ชายบัน: โอเค ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันรับสแปม แทนถั่วอบละกัน

พนักงานเสิร์ฟ: งั้นเดี๋ยวเราจะเสิร์ฟ สแปม สแปม สแปม สแปม

สแปม สแปม สแปม สแปม และสแปม ถูกต้องมั้ยคะ
 
 
 
 
 
--
 
รู้สึกข้อความข้างบนโดนตัดไปเยอะเหมือนกัน... ไปดูฉบับเต็มดีกว่าค่ะ
 
(เหมือนเริ่มตรง 0:35 ก่อนหน้านี้ไม่เกี่ยวเท่าไหร่ค่ะ Foot in mouth)
 
-
 
 
 
 เค้าบอกพูดยืดยาวหน้าเบื่อ...แต่รู้สึกเรานั่งดูแล้วฮา Cry 
 
(ดีนะมี subtitle )
 
 
 
อ้างอิง :
 
ภาพประกอบ :  
 
 
 
--
 
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ Cool
 
เนื้อหาคราวนี้อาจจะไม่ละเอียดมาก ขออภัยด้วยนะคะFoot in mouth 
 
อยากหายไม่สบายจัง Tongue out
 
ตอนนี้มีใครอยากทานสแปมมั้ยคะ Kiss
 
--
 
 
 
 
 

รำลึกความหลังกับ Floppy Disk

posted on 13 Jan 2014 18:45 by r-tech directory Tech, Knowledge, Idea

 

ภาพจาก
 

cache/1/image/9df78eab33525d08d6e5fb8d27136e95/4/5/4510_mym_floppy_full.jpg

 

สวัสดีค่ะ Cool 

ในที่สุดก็ได้เขียน entry แรกของปี
  
จริงๆเนื้อหาเตรียมไว้ตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว
  
แต่ด้วยเหตุผลอย่างที่บอกใน entry ที่แล้ว เลยยังไม่ได้อัพซะทีค่ะ Foot in mouth 
  
  
  
ภาพข้างบนนั้น เราไม่ได้มาโฆษณาขายหมอนแต่ประการใดนะคะ
  
(มันน่ารักดีเลยขอเอารูปมาใช้หน่อยค่ะ Kiss )
  
คิดว่าหลายๆคน โดยเฉพาะผู้ที่ค่อนข้างมีอายุ เห็นแล้วน่าจะรู้ว่ามันคือรูปอะไร
  
จานรองแก้ว Floppy Disk นั่นเองค่ะ Cool 
  
ที่คิดหาข้อมูลเรื่องนี้มาลง blog มาจากไปอ่านเจอในเว็บ
  
(ขออภัย จำไม่ได้ซะแล้วค่ะว่าเว็บไหน) มีคนถามประมาณว่า

"ทำไม drive ในคอมถึงเริ่มที่ drive C "
  
แล้วคนมาตอบแต่ละคนก็พูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาว่า
  
drive A B เป็นของดิสเกต
  
ก็เลยเกิดความคิดว่า... "เด็กๆยุคนี้ไม่รู้จักเจ้าแผ่นนี่แฮะ"
 
(ย้ำ! เรายังไม่แก่นะคะ อย่ามองแบบนั้น Foot in mouth)
 
งั้นมารู้จัก(รำลึกความหลัง)เจ้าแผ่นนี่กันเถอะค่ะCool 
 
 
 


Floppy Disk

ฟลอปปีดิสก์ (floppy disk) หรือ แผ่นดิสก์แบบอ่อน หรือที่นิยมเรียกว่า
 
แผ่นดิสก์ หรือ ดิสเกตต์ (diskette) หรือ แผ่นบันทึก (ศัพท์บัญญัติ)
 
เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่อาศัยหลักการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็ก
  
โดยทั่วไปมีลักษณะบางกลมและบรรจุอยู่ในแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยม
  
คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและเขียนข้อมูลลงบนฟลอปปีดิสก์
 
ผ่านทางฟลอปปีดิสก์ไดร์ฟ (floppy disk drive)
 
คิดถึง drive นี้อยู่เหมือนกัน คอมรุ่นหลังๆไม่มีช่องให้ใส่แผ่นดิสก์เลยค่ะ
 
(ถึงมีแผ่นก็เปิดอ่านไม่ได้ ว่างั้นFoot in mouth)

 



ระบบการทำงาน 

-