ที่มาของคำว่า Spam

posted on 26 Jan 2014 14:50 by r-tech directory Tech, Knowledge, Idea

-- 

 

 

--
 
 
สวัสดีค่ะ Cool 
 
รู้สึกคราวนี้อัพเร็วกว่าครั้งที่ผ่านๆมา...
 
จะพยายามไม่อู้มากแล้ว(แต่พอใกล้สอบเดี๋ยวก็คงหายตัวอีก Foot in mouth)
 
อย่าเพิ่งลืมกันนะคะ Tongue out
 
ฤดูหนาวปีนี้ทั้งหนาว ทั้งยาวเลยนะคะ...
 
อยากบอกให้ทุกคนรักษาสุขภาพ...แต่ทว่า
 
ตอนนี้เราหวัดรับประทานไปแล้วค่ะ Foot in mouth
 
ปวดหัวแทบทุกวันเลย Tongue out
 
เอาเป็นว่า entry นี้มาพักสมองคลายเครียด(?)กันซักนิดกันดีว่าค่ะ
 
 
บางทีอาจจะเครียดขึ้น??
 
 
--
 
คิดว่าหลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกับเจ้าสิ่งนี้กันอยู่แล้ว
 
เปิดเมล์ทีไร มาทุกทีFoot in mouth 
 
แต่มันมีอะไรล่ะ?
 
เอาล่ะ ไปอ่านกันเถอะค่ะ
 
--
 
 
 
 

 

 
 
 
  
สแปม 

 

 

 

 

สแปม (spam) คือชื่อเรียกของการส่งข้อความที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ

ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยส่วนมากจะทำให้เกิดความไม่พอใจต่อผู้รับข้อความ
 
-
สแปมที่พบเห็นได้บ่อยได้แก่ การส่งสแปมผ่านทางอีเมล ในการโฆษณาชวนเชื่อ
 
หรือโฆษณาขายของ โดยที่เราไม่รู้เลยว่าผู้ที่ส่งมาให้นั้นเป็นใคร
 
นอกจากจะทำให้ผู้รับรำคาญใจและเสียเวลาในการกำจัดข้อความเหล่านี้แล้ว
 
สแปมยังทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตลดลงด้วย
-

การส่งสแปมเริ่มแพร่หลายเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการส่งข้อความผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์

มีค่าใช้จ่ายน้อยมากเมื่อเทียบการการส่งข้อความชักชวนทางอื่น เช่นทางจดหมาย
 
หรือทางสื่อต่างๆ และในขณะเดียวกันกฎหมายเกี่ยวกับระบบอิเล็กทรอนิกส์
 
ที่เกี่ยวข้องกับสแปมยังไม่ครอบคลุม
 
จนกระทั่งเริ่มมีใช้ครั้งแรกปี พ.ศ. 2546 (ค.ศ. 2003) ในประเทศสหรัฐอเมริกา
 
 
 
--
 
หลายๆคนอาจจะสงสัยแล้ว เรื่องนี้อ่านแล้วคลายเครียดยังไงFoot in mouth 
 
ลองอ่านต่อดูก่อนนะคะ 
 
 
--
 
 

คำว่าสแปมมีที่มาจากรายการโทรทัศน์ชื่อ Monty Python(มอนตี ไพทอน)

-กลุ่มดาราตลกกลุ่มหนึ่งในอังกฤษสมัยก่อน
 
(รายการฉายครั้งแรกปี1970) <-- มีใครเคยดูมั้ยคะ Cool
 
ในชื่อตอนว่า "Spam" ซึ่งเป็นชื่ออาหารกระป๋อง (เนื้อกระป๋อง)
 
 
 
 
 
 
 
โดยตัวเอกของเรื่องสองคนทานอาหารเช้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง
 
โดยตัวเอกผู้หญิงไม่ต้องการอาหารที่มีสแปมเป็นส่วนผสม
 
ทางร้านก็พยายามพูดแต่รายการที่มีแต่สแปมหลากหลายมากจนยืดยาวน่าเบื่อ

โดยมีข้อความบางส่วนดังนี้: 

 

พนักงานเสิร์ฟ: เรามี สแปม ไข่ ไส้กรอก และ สแปม ต้องการรับอะไรคะ

คุณผู้หญิงบัน: ฉันไม่ต้องการสแปม

คุณผู้ชายบัน: อย่ากังวลที่รัก เดี๋ยวฉันทานสแปมให้ ฉันชอบทาน

สแปม สแปม สแปม สแปม สแปม ถั่วอบ สแปม สแปม และ สแปม
 

พนักงานเสิร์ฟ: ตอนนี้ที่ร้านไม่มี ถั่วอบ คะ

คุณผู้ชายบัน: โอเค ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันรับสแปม แทนถั่วอบละกัน

พนักงานเสิร์ฟ: งั้นเดี๋ยวเราจะเสิร์ฟ สแปม สแปม สแปม สแปม

สแปม สแปม สแปม สแปม และสแปม ถูกต้องมั้ยคะ
 
 
 
 
 
--
 
รู้สึกข้อความข้างบนโดนตัดไปเยอะเหมือนกัน... ไปดูฉบับเต็มดีกว่าค่ะ
 
(เหมือนเริ่มตรง 0:35 ก่อนหน้านี้ไม่เกี่ยวเท่าไหร่ค่ะ Foot in mouth)
 
-
 
 
 
 เค้าบอกพูดยืดยาวหน้าเบื่อ...แต่รู้สึกเรานั่งดูแล้วฮา Cry 
 
(ดีนะมี subtitle )
 
 
 
อ้างอิง :
 
ภาพประกอบ :  
 
 
 
--
 
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ Cool
 
เนื้อหาคราวนี้อาจจะไม่ละเอียดมาก ขออภัยด้วยนะคะFoot in mouth 
 
อยากหายไม่สบายจัง Tongue out
 
ตอนนี้มีใครอยากทานสแปมมั้ยคะ Kiss
 
--
 
 
 
 
 

รำลึกความหลังกับ Floppy Disk

posted on 13 Jan 2014 18:45 by r-tech directory Tech, Knowledge, Idea

 

ภาพจาก
 

cache/1/image/9df78eab33525d08d6e5fb8d27136e95/4/5/4510_mym_floppy_full.jpg

 

สวัสดีค่ะ Cool 

ในที่สุดก็ได้เขียน entry แรกของปี
  
จริงๆเนื้อหาเตรียมไว้ตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว
  
แต่ด้วยเหตุผลอย่างที่บอกใน entry ที่แล้ว เลยยังไม่ได้อัพซะทีค่ะ Foot in mouth 
  
  
  
ภาพข้างบนนั้น เราไม่ได้มาโฆษณาขายหมอนแต่ประการใดนะคะ
  
(มันน่ารักดีเลยขอเอารูปมาใช้หน่อยค่ะ Kiss )
  
คิดว่าหลายๆคน โดยเฉพาะผู้ที่ค่อนข้างมีอายุ เห็นแล้วน่าจะรู้ว่ามันคือรูปอะไร
  
จานรองแก้ว Floppy Disk นั่นเองค่ะ Cool 
  
ที่คิดหาข้อมูลเรื่องนี้มาลง blog มาจากไปอ่านเจอในเว็บ
  
(ขออภัย จำไม่ได้ซะแล้วค่ะว่าเว็บไหน) มีคนถามประมาณว่า

"ทำไม drive ในคอมถึงเริ่มที่ drive C "
  
แล้วคนมาตอบแต่ละคนก็พูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาว่า
  
drive A B เป็นของดิสเกต
  
ก็เลยเกิดความคิดว่า... "เด็กๆยุคนี้ไม่รู้จักเจ้าแผ่นนี่แฮะ"
 
(ย้ำ! เรายังไม่แก่นะคะ อย่ามองแบบนั้น Foot in mouth)
 
งั้นมารู้จัก(รำลึกความหลัง)เจ้าแผ่นนี่กันเถอะค่ะCool 
 
 
 


Floppy Disk

ฟลอปปีดิสก์ (floppy disk) หรือ แผ่นดิสก์แบบอ่อน หรือที่นิยมเรียกว่า
 
แผ่นดิสก์ หรือ ดิสเกตต์ (diskette) หรือ แผ่นบันทึก (ศัพท์บัญญัติ)
 
เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่อาศัยหลักการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็ก
  
โดยทั่วไปมีลักษณะบางกลมและบรรจุอยู่ในแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยม
  
คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและเขียนข้อมูลลงบนฟลอปปีดิสก์
 
ผ่านทางฟลอปปีดิสก์ไดร์ฟ (floppy disk drive)
 
คิดถึง drive นี้อยู่เหมือนกัน คอมรุ่นหลังๆไม่มีช่องให้ใส่แผ่นดิสก์เลยค่ะ
 
(ถึงมีแผ่นก็เปิดอ่านไม่ได้ ว่างั้นFoot in mouth)

 



ระบบการทำงาน 

-
 
-


 -

ตัวจานหมุนจะเป็นวัสดุที่อ่อนนิ่ม เช่น ไมลาร์(Mylar)

ที่เป็นพลาสติกสังเคราะห์เคลือบสารแม่เหล็กเอาไว้
  
ในดิสก์ 1 แผ่นจะมีจานเดียว หัวอ่านจะเลื่อนเข้าไปอ่านข้อมูล
  
เริ่มแรกสามารถอ่านข้อมูลได้เพียงด้านเดียว
  
ต่อมามีการพัฒนาให้สามารถอ่านข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน เรียกว่า Double-sided 
 
หัวอ่านจะสัมผัสกับแผ่นดิสก์โดยตรง
  
ทำให้ต้องใช้ความเร็วหมุนจานที่ต่ำ คือประมาณ 300 รอบต่อนาที
 
(เทียบกับ 7200 รอบต่อนาทีที่เป็นมาตรฐานของฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบัน)
  
และเนื่องจากหัวอ่านสัมผัสกับแผ่นดิสก์โดยตรง ทำให้แผ่นมีการสึกหรอได้ง่าย
 
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจะมีการส่งสัญญาณ
 
ไปเปลี่ยนแปลงค่าสนามแม่เหล็กที่หัวอ่าน


 

เมื่อตัวไดรว์ของดิสก์อ่านข้อมูลได้แล้วจะทำการส่งต่อให้กับคอนโทรลเลอร์ควบคุมแบบอนุกรม

(ทีละบิตต่อเนื่องกัน) ต่างกับฮาร์ดดิสก์ที่ส่งแบบขนาน ทำให้ส่งข้อมูลได้ช้ามาก
 
(อัตราการส่งข้อมูลจะอยู่ในช่วง 0.5-1 เมกะไบต์ต่อวินาที
 
ส่วนความเร็วในการค้นหาข้อมูลตกประมาณ 60-200 Millisecond)
 
โดยส่งต่อข้อมูลให้ซีพียูด้วยการทำ DMA (Direct Memory Access)
 
ขณะที่ฟล็อปปี้ไดรว์ทำงาน อุปกรณ์อื่น ๆ ต้องหยุดรอ
 
ทำให้การทำงานของระบบเกือบจะหยุดชะงักไป


 

Note : DMA (Direct Memory Access) หรือการส่งเข้าถึงข้อมูลในหน่วยความจำโดยตรง

คือกระบวนการโอนย้ายข้อมูลระหว่างหน่วยความจำกับอุปกรณ์ภายนอก โดยไม่ผ่าน CPU
 
 
-

 
-

 

ที่มุมด้านหนึ่งของฟล็อปปี้ดิสก์จะมีกลไกป้องกันการเขียนทับข้อมูล(write-protect)
  
หากเป็นแผ่น 5.25 นิ้วจะเป็นรอยบาก ซึ่งหากปิดรอยนี้จะไม่สามารถเขียนข้อมูลได้
 
ต่างกับ ดิสก์ 3.5 นิ้ว ที่จะเป็นสลักพลาสติกเลื่อนไปมา
 
หากเลื่อนเปิดเป็นช่องจะบันทึกไม่ได้
 
ตอนเด็กๆก็สับเล่นแก้เซ็งอยู่ค่ะ Foot in mouth
 
(ฟังดูขาดแคลนของเล่นยังไงไม่รู้แฮะ)
 

ประวัติ 


ฟลอปปีดิสก์ขนาด 8 นิ้ว, 5¼ นิ้ว, และ 3½ นิ้ว

 

ขนาด 8 นิ้ว ค.ศ. 1971

ใช้กับเครื่อง System/370 ของบริษัทไอบีเอ็ม (IBM) สร้างโดย เดวิด โนเบิล

  
ขนาด 5¼ นิ้ว
  
ขนาดเท่ากระดาษเช็ดมือ
 
บริษัทซูการ์ตก็ผลิตแผ่นดิสก์ขนาดนี้ได้และได้รับความนิยม
 
ในตอนแรก แผ่นมีความจุ 110 กิโลไบต์ ต่อมา บริษัท Tandon พัฒนาให้ความจุสูงขึ้น
  
โดยใช้วิธีเก็บข้อมูลสองหน้า (double density) ทำให้สามารถเก็บได้ 360 กิโลไบต์


ขนาด 3½ นิ้ว ปีค.ศ. 1984

บริษัทแอปเปิลผลิตเครื่องที่ใช้แผ่นดิสก์ของบริษัทโซนี่
 
และผลักดันให้แผ่น 3½ นิ้ว เป็นมาตรฐานในวงการอุตสาหกรรมของอเมริกา
 
ความจุเริ่มแรก คือ 360 กิโลไบต์ สำหรับหน้าเดียว (single density)
 
และ 720 กิโลไบต์ สำหรับสองหน้า และต่อมาก็สามารถเพิ่มความจุเป็น 1.44 MB
 
โดยการเพิ่มความจุต่อหน้า (high-density)


ต่อมา ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 มีความจุเป็น 2.88 MB (extended-density)

โดยการเปลี่ยนวิธีการเคลือบแผ่น
  
แต่รุ่นสุดท้ายนี้ไม่ได้รับความนิยม เพราะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในขณะนั้น
  
ต้องการความจุที่สูงกว่านี้ แผ่นดิสก์จึงถูกแทนที่ด้วยหน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบอื่นไป
  
เช่น ซีดีรอม และ ดีวีดีรอม


 



Floptical Disk


-
 
ตารางเปรียบเทียบความจุของแผ่น Floppy Disk กับ Floptical Disk

-

เป็นการนำเทคโนโลยีด้านแสงเข้ามาช่วยในการบันทึกข้อมูลแต่ไม่ได้ใช้แสงโดยตรง
 
ลักษณะ Floptical disk จะมีรูปร่างเหมือนฟล็อปปี้ดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วทุกประการ
 
แต่มีความจุมากขึ้นเป็น 120 เมกะไบต์ และตัวไดรว์ยังใช้อ่านเขียนข้อมูลแผ่นดิสก์ธรรมดาได้ด้วย 
 
ชื่อทางการค้าของ Floptical Drive ที่เป็นที่รู้จักกันได้แก่ SuperDisk จากบริษัท Imation


หลักการของ Floptical Drive อาศัยการบันทึกข้อมูลด้วยสนามแม่เหล็ก

เหมือนฟล็อปปี้ดิสก์ธรรมดา แต่ใช้กลไกการอ่านที่เรียกว่า optical servo
 
(หรือบางทีเรียกว่า Laser servo) หรือวงจรเลื่อนตำแหน่งหัวอ่านควบคุมด้วยแสง
  
ทำให้สามารถเลื่อนหัวอ่าน/เขียนได้ตรงกับแทรค
 
ที่มีความหนาแน่นกว่าดิสเก็ตธรรมดามาก
  
เช่น ในดิสก์ธรรมดามี 80 แทรค 2480 sector
 
แต่ใน Floptical disk จะมี ถึง 1,736 แทรค 245,760 sector
 
ทำให้ได้ความจุรวมถึง 120 เมกะไบต์ต่อแผ่น Floptical disk
 
หมุนด้วยความเร็ว 720 รอบต่อนาที
 
และมีอัตรารับส่งข้อมูล ประมาณ 3.2-5.4เมกะบิตต่อวินาที


 




อ้างอิง

http://th.wikipedia.org/wiki/ฟลอปปีดิสก์

 

Pic
-
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะCool
มีคนโดนดักอายุไปกี่คนคะ Kiss
เรื่องความถี่ในการอัพ blog ปีนี้ก็รอลุ่นสถานการณ์ต่อไปค่ะ
(การเรียน + 502 504 Foot in mouth )
ขอบคุณทุกคนที่ยังไม่ลืมกันนะคะ Surprised 
-
-
-
-

 

 

 
 
รู้สึกเราหายตัวไปนานมาก Foot in mouth
  
ลืมกันไปรึยังคะ(อย่าตอบลืมนะคะ Tongue out)
  
ขอแก้ตัว(หรือเผาตัวเองหว่า Foot in mouth)ก่อนนะคะ
  
สาเหตุหลักๆที่ไม่ได้อัพมี 2 ประการค่ะ
  
1. เรื่องการเรียน... เรียน+อ่านหนังสือไม่ค่อยทันค่ะ Foot in mouth 
  
แล้วยิ่งตอนมีม้อบ หยุดยาว...แต่สอบไม่เลื่อน แบบรีบอ่านแทบตายค่ะ Tongue out
  
ส่วนผลการสอบเป็นยังไงก็รอลุ้นต่อไปค่ะ Foot in mouthFoot in mouthFoot in mouth
  
2.พอมีเวลา(จะแอบเล่นคอม) แล้วก็...504... หรือบางทีก็เน็ตหลุดเอาซะดื้อๆค่ะ
  
ก็ว่าไม่ได้ลืมจ่ายค่าเน็ตนะคะ หรือลืมหว่า Foot in mouth 
  
  
ท่าทาง entry นี้จะเป็น entry สุดท้ายของปีซะแล้วล่ะค่ะ Foot in mouth
  
บ่นมายาวละ ไปอ่านอะไรที่มีสาระกันหน่อยละกันค่ะ
  
มาดูเทรนเทคโนโลยีปีหน้ากันดีกว่าค่ะ
  
 
 
 
 


Google Glass และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สวมใส่

Google ให้คำมั่นว่า Google Glass จะเปิดวางขายจริงให้กับประชาชนทั่วไป

ในสหรัฐอเมริกาในปี 2014 นี้ ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายอย่างยิ่งว่า
  
แว่นตาอัจฉริยะนี้จะได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใด
  
และเมื่อ Google กล้าคิดกล้าทำ
  
บริษัทไอทีชั้นนำรายอื่นๆก็ไม่น้อยหน้าก็เตรียมเดินหน้าพัฒนา
  
แก็ดเจ็ตสวมใส่กันอย่างคึกคักเช่นกันทั้ง Samsung, LG และ Apple

 

อยากได้บ้างจัง Undecided

  
  
  
  
iPhone และ iPad จะใหญ่ขึ้น

จากพฤติกรรมของผู้ใช้สมาร์ทโฟนที่ตอบรับกับหน้าจอขนาด 5 นิ้วขึ้นไป

 หรือที่เรานิยามกันว่า Phablet (แฟ็บเล็ต)
  
ส่งผลให้มีเสียงเรียกร้องให้ Apple หันมาสนใจการทำ iPhone นาดหน้าจอใหญ่ขึ้นบ้าง
  
ซึ่งก่อนจะสิ้นปี 2013 ก็เริ่มมีข่าวเล็ดลอดว่า iPhone 6
  
ะมีหน้าจอใหญ่ขึ้น แต่จะเป็นขนาดใดระหว่าง 4.4 – 5.7 นิ้ว อนนี้ยังไม่มีใครตอบได้

ขณะเดียวกัน iPad ก็จะพัฒนาให้ใหญ่ขึ้นเช่นกัน

จากเดิมที่คงขนาด 9.7 นิ้วก็จะถูกอัพไซส์ไปเป็นขนาด 12 นิ้ว
  
เพื่อให้แท็บเล็ตสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ใกล้เคียงกับโน๊ตบุค
  
และจะมีน้ำหนักเบากว่ามาก
 
 
จะว่าไปโทรศัพท์เดิมทียิ่งทียิ่งเล็ก ตอนนี้ยิ่งทียิ่งใหญ่
 
(เอ๊ะ แอบบอกอายุตัวเองรึเปล่าหว่าFoot in mouth)


iPad และ Tablet จะเติบโตขึ้นสำหรับใช้ในการศึกษา


ด้วยความที่อุปกรณ์เหล่านี้มีเพิ่มขึ้นมากและราคาถูกลง

ในราคาที่จ่ายได้สำหรับนำมาใช้ในการศึกษา และก็มีแนวโน้ม
  
ที่จะถูกนำมาใข้แทนที่การใช้ Desktop Pc หรือแม้กระทั่ง Laptop 
  
(แต่ประเทศไทยยังต้องรอดูต่อไปว่าโครงการแท็บเล็ต
  
ด็กป.1 นี้ จะเป็นอย่างไรต่อไป) <-- เว็บต้นฉบับเค้าเขียนมาแบบนี้
 
อยู่แล้วนะคะ ไม่ได้เติมเอง Foot in mouth แต่นั่นสิ จะเป็นยังไงหว่า


Smartwatch

ในปี 2013 เราได้เห็นความพยายามจากหลายค่ายไอทีชั้นนำที่จะผลักดัน

ให้ Smartwatch สามารถตอบโจทย์ผูู้ใช้ทั่วไปแทนที่การใช้สมาร์ทโฟน
 
แต่เนื่องจากแอพพลิเคชั่นจำนวนมากยังไม่รองรับการใช้งานควบคู่กับ Smartwatch
 
และฟีเจอร์โดยทั่วไปยังวนเวียนอยู่เพียงการแจ้งเตือน
 
ฉะนั้นในปี 2014 จึงเป็นโอกาสที่หลายค่ายที่เปิดตัว Smartwatch ไปแล้วอย่าง
 
Samsung, Sony และ Pebble จะได้ต่อยอดอุปกรณ์สวมใส่
 
ขณะเดียวกันเราก็จะได้เห็น Smartwatch จาก Google และ
 
Apple เปิดตัวอย่างเป็นทางการเสียที


Windows 8.2

กับการกลับมาอย่างเต็มรูปแบบของปุ่ม Start

หลังจาก Windows 8 โดนโจมตีอย่างหนัก

โดยเฉพาะการขาดหายไปของปุ่ม Start
 
ทำให้ไมโครซอฟท์เร่งพัฒนาโอเอส Windows 8.1
 
พร้อมนำปุ่ม Start กลับมาประจำการเช่นเดิม
 
แต่การกลับมาครั้งนี้ไม่สามารถเรียกใช้งานเมนูต่างๆได้เหมือนก่อน
 
อย่างไรก็ดีคาดว่าในปี 2014 จะโอเอสใหม่อย่าง Windows 8.2 เกิดขึ้น
 
พร้อมพัฒนา Modern UI ให้การใช้งานง่ายสะดวกสบายต่อผู้ใช้


Chrome OS จะมีลักษณะคล้าย Windows มากขึ้น



ในปี 2014 คอมพิวเตอร์ Chromebook และระบบปฏิบัติการ Chrome OS

จะเข้ามามีบทบาทในตลาดโน๊ตบุคมากขึ้น
 
เนื่องจาก Google ตั้งเป้าพัฒนาแอพพลิเคชันแบบออพไลน์
 
สำหรับ Chrome OS มากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์ม
 
ให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพบน Chromebook
 
ตลอดจนแท็บเล็ตแบบไฮบริดรุ่นใหม่


อุปกรณ์เกมคอนโซลแนวใหม่ เปิดตัวมากขึ้น



ท้าชน PS4 และ XBOX One เช่น Ouya

เป็นเครื่องเล่นเกมขนาดจิ๋ว แต่ความสามารถนั้นระดับเดียวกัน
 
กับ PS4 และ XBOX เลย แถมราคาถูกมากด้วย
 
เจ้า Ouya อยู่ในช่วงระดมทุนจะได้เห็นเครื่องตัวจริงในปีนี้
 
ในขณะที่ Xbox one จะเน้นให้ความบันเทิงภายในบ้านมากขึ้น
 
มากกว่าแค่มีไว้เล่นเกม
 
อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน ที่กล่าวมาไม่เคยแตะ+เห็นของจริงเลยซักเครื่องค่ะ Foot in mouth
 
 


 
 

Oculus Rift VR Headset อุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นเกมแบบใหม่

 

 

Oculus Rift VR Headset เปิดตัวไปเมื่องาน CES 2013

 
อุปกรณ์สวมใส่คล้ายแว่นตาขนาดใหญ่ที่จะช่วยเพิ่มมุมมองได้มากถึง 110 องศา
 
 
 
สามารถเปลี่ยนมุมมองได้เองตามการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน
 
 
พร้อมแสดงภาพในรูปแบบ 3 มิติด้วย ซึ่งในปี 2014 เป็นโอกาสาอันดี
 
 
 
 
ที่จะเกิดเกมใหม่ๆ หรือการพัฒนาเกมเก่าต่างๆ
 
 
ให้รองรับกับการใช้งาน Oculus Rift VR Headset ได้
 
 
 
 
 
อ้ากกกก เห็นเรื่องเกมแล้วอยากเล่นนนนนUndecided
 

 

 
Ultrabook ที่มากับกล้องเว็บแคมแบบ 3 มิติ
 

 

ช่วงปีที่ผ่านมาได้มีการพัฒนากล้อง Senz3D ขึ้น

 
เพื่อการใช้งานร่วมกับคอมพิวเตอร์
 
 
แต่การจะใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค ผู้ใช้จะต้องติดตั้งกล้องขนาดใหญ่
 
 
 
ด้านบนหน้าจอของพวกเขา
 
 
อย่างไรก็ตามในปี 2014 จะเป็นครั้งแรกของ Ultrabook
 
 
 
และแท็บเล็ตจะมีการติดตั้งกล้องแบบ 3 มิติมาให้ในตัวด้วยเลย
 
 
 
เรื่อง ultrabook คืออะไรลองไปอ่านดูได้นะคะ
 
 
 
 
 
 
(โฆษณาของตัวเองหน่อย Kiss)
 

 

สมาร์ทโฟนหน้าจอความละเอียดสูงและหน้าจอโค้งงอมากขึ้น

 

 

 


 

ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนมีการพัฒนา

 
ด้านความละเอียดหน้าจอให้เพิ่มสูงขึ้นเสมอๆ
 
ซึ่งในปี 2014 ก็เช่นกัน เราจะเห็นว่า
 
 
 
ทั้ง Samsung Galaxy S5, LG G3 หรือ iPhone 6
 
ต่างมีข่าวเรื่องการเพิ่มความละเอียดเดิมไปอยู่ในระดับ 2K (2560 x 1440 พิกเซล)
 
ก่อนพัฒนาไปสู่ระดับ 4K ในปี 2015
 
ขณะเดียวกันสมาร์ทโฟนแบบหน้าจอโค้งงอจะถูกเปิดตัวมากขึ้น
 
โดยมีผู้นำเทรนด์อย่าง Samsung และ LG
 


เมืองทั้งหลายจะฉลาดขึ้น
 

 

ซึ่งเมืองต่างๆจะฉลาดขึ้น ด้วยการที่มี sensor

 
และมี application ที่เชื่อมต่อด้วยระบบ cloud
 
เชื่อมต่อเข้ากับระบบการขนส่ง การดูแลสุขภาพ สาธารณสุข
 
การให้แสงสว่าง ข้อมูลจากสภาพแวดล้อม และอื่นๆ
 
ซึ่งเมืองในแบบ SMART CITY จะมีระบบสื่อสารด้วยเทคโนโลยี 
 
ที่พร้อม ให้อำนวยความสะดวกสบายครบครัน 
 
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย
 
 
 
ตัวอย่างของ Smart City :
 
 


 
 

ใช้โทรศัพท์มือถือ ในการเป็นกระเป๋าสตางค์

 
ชำระสินค้าต่างๆ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั่วโลก
 


 

 

 
 
 

อุปกรณ์เกี่ยวกับ FitnessMobile จะเติบโตมากขึ้น

 


 

สังเกตได้ชัดจากพวกนักวิ่งออกกำลังกายที่ตอนนี้ใช้สมาร์ทโฟน

ในการดูสถิติการวิ่ง การเผาผลาญแครอลี่ และ ดูการควบคุมอาหาร 
 
กำลังจะได้รับความนิยมอย่างมาก
 
โดยปี 2014 อุปกรณ์พวก Fitness Mobile จะเติบโตขึ้น จะฉลาดขึ้น 
 
อีกทั้งจะเข้าสู่อุสาหกรรมการดูและสุขภาพอย่างจริงจังมากขึ้น
 


 

ผู้ใช้บริการ LTE ทั่วโลก จะมากขึ้นเป็น 2 เท่า

 

 

ส่วนในไทยยังต้องจับตาว่า กสทช.

จะสามารถจัดประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz เพื่อทำเทคโนโลยี 4G
 
 หรือจัดพร้อมกับประมูล คลื่น 900 MHz ไปด้วย 
 
เพื่อนำ 2 คลื่นคือคลื่น 900 MHz และ 1800 MHz มาทำเป็นเทคโนโลยี LTE-A
 
 

Note : LTE - Long Term Evolution เป็นชื่อโครงการ

ของระบบสื่อสารโทรศัพท์มือถือ 4G
 
 


 
 

อุปกรณ์ประเภท Context Awareness จะถูกเร่งให้เกิดขึ้น

 
 
 
 
 
อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สวมใส่ได้มีมากขึ้น และฉลาดขึ้น
 
โดยจะฉลาดขึ้นในการบอกว่า เราอยู่ที่ไหน เรากำลังทำอะไร
 
และอุปกรณ์เหล่านั้นจะสามารถทำอะไรเพื่อช่วยเราได้
 
 ซึ่ง Google Now ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน
 
ที่มันสามารถตอบเราเหมือนอุปกรณ์เป็นเพื่อนคู่ใจคอยบอกข้อมูลให้เราตลอดเวลา
 

Note : Context-Aware Computing(การคำนวณแบบรู้บริบท)
 
คือระบบคอมพิวเตอร์จะสามารถทราบถึงบริบทของผู้ใช้
 
และสามารถปรับพฤติกรรมให้ตอบสนองต่อบริบทของผู้ใช้ได้อย่างเหมาะสม
 
คำว่าบริบทในที่นี้มีความหมายกว้างมาก 
 
อาจจะหมายถึงตัวผู้ใช้คอมพิวเตอร์เองว่าเป็นใคร
 
อยู่ที่ไหน กำลังทำอะไรอยู่ อยู่กับใคร ชอบอะไร
 
หรืออาจจะหมายถึงสภาพการณ์อื่นๆ
 
เช่น วันเวลา สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อม ณ ขณะหนึ่ง
 
 


 

การใช้ PersonalCloud จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

 


 

ยอดขาย 3D Printer จะก้าวกระโดด

 
   
 

หลังจากที่ 3D printer ร้อนแรงพอสมควรในปี 2013 แต่ในปี 2014

 
จะได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด 
 
หลังจากที่แบรนด์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น HP, Samsung , Microsoft เอง 
 
มีแผนจะเปิดตัวผลิตภัณท์  3D Printer ด้วย
 
และใครที่ใช้ Windows 8.1 อยู่
 
เชื่อมั้ยว่ามันรองรับการทำงานร่วมกับ 3D Printer แล้วด้วย
 
 

ที่มา :
 
 

ภาพ(เพิ่มเติม) จาก :

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะ Cool 
 
ก็ไม่รู้ว่ากระแสในปีหน้าจะเป็นตามนี้รึเปล่าเหมือนกันนะคะ
 
สุดท้ายก็ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียน ทั้งขาประจำ 
 
และคนที่บังเอิญหลงผิดผ่านมาทั่วไปนะคะ Embarassed 
 
 
 
 
 
ปล. blog นี้อายุ 1 ขวบแล้วนะคะ Surprised 
 
 
ตอนแรกคิดจะอัพฉลองวันเกิด blog แต่ด้วยเหตุผล 2 ข้อข้างต้น...
 
 ...แหะๆ ดองมาหลายเดือนเลยทีเดียว Foot in mouth 
 
 
 
 
 
Merry X'mas & Happy New Year
 
 Money mouthMoney mouthMoney mouth
-----