รำลึกความหลังกับ Floppy Disk

posted on 13 Jan 2014 18:45 by r-tech directory Tech, Knowledge, Idea

 

ภาพจาก
 

cache/1/image/9df78eab33525d08d6e5fb8d27136e95/4/5/4510_mym_floppy_full.jpg

 

สวัสดีค่ะ Cool 

ในที่สุดก็ได้เขียน entry แรกของปี
  
จริงๆเนื้อหาเตรียมไว้ตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว
  
แต่ด้วยเหตุผลอย่างที่บอกใน entry ที่แล้ว เลยยังไม่ได้อัพซะทีค่ะ Foot in mouth 
  
  
  
ภาพข้างบนนั้น เราไม่ได้มาโฆษณาขายหมอนแต่ประการใดนะคะ
  
(มันน่ารักดีเลยขอเอารูปมาใช้หน่อยค่ะ Kiss )
  
คิดว่าหลายๆคน โดยเฉพาะผู้ที่ค่อนข้างมีอายุ เห็นแล้วน่าจะรู้ว่ามันคือรูปอะไร
  
จานรองแก้ว Floppy Disk นั่นเองค่ะ Cool 
  
ที่คิดหาข้อมูลเรื่องนี้มาลง blog มาจากไปอ่านเจอในเว็บ
  
(ขออภัย จำไม่ได้ซะแล้วค่ะว่าเว็บไหน) มีคนถามประมาณว่า

"ทำไม drive ในคอมถึงเริ่มที่ drive C "
  
แล้วคนมาตอบแต่ละคนก็พูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาว่า
  
drive A B เป็นของดิสเกต
  
ก็เลยเกิดความคิดว่า... "เด็กๆยุคนี้ไม่รู้จักเจ้าแผ่นนี่แฮะ"
 
(ย้ำ! เรายังไม่แก่นะคะ อย่ามองแบบนั้น Foot in mouth)
 
งั้นมารู้จัก(รำลึกความหลัง)เจ้าแผ่นนี่กันเถอะค่ะCool 
 
 
 


Floppy Disk

ฟลอปปีดิสก์ (floppy disk) หรือ แผ่นดิสก์แบบอ่อน หรือที่นิยมเรียกว่า
 
แผ่นดิสก์ หรือ ดิสเกตต์ (diskette) หรือ แผ่นบันทึก (ศัพท์บัญญัติ)
 
เป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่อาศัยหลักการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็ก
  
โดยทั่วไปมีลักษณะบางกลมและบรรจุอยู่ในแผ่นพลาสติกสี่เหลี่ยม
  
คอมพิวเตอร์สามารถอ่านและเขียนข้อมูลลงบนฟลอปปีดิสก์
 
ผ่านทางฟลอปปีดิสก์ไดร์ฟ (floppy disk drive)
 
คิดถึง drive นี้อยู่เหมือนกัน คอมรุ่นหลังๆไม่มีช่องให้ใส่แผ่นดิสก์เลยค่ะ
 
(ถึงมีแผ่นก็เปิดอ่านไม่ได้ ว่างั้นFoot in mouth)

 



ระบบการทำงาน 

-
 
-


 -

ตัวจานหมุนจะเป็นวัสดุที่อ่อนนิ่ม เช่น ไมลาร์(Mylar)

ที่เป็นพลาสติกสังเคราะห์เคลือบสารแม่เหล็กเอาไว้
  
ในดิสก์ 1 แผ่นจะมีจานเดียว หัวอ่านจะเลื่อนเข้าไปอ่านข้อมูล
  
เริ่มแรกสามารถอ่านข้อมูลได้เพียงด้านเดียว
  
ต่อมามีการพัฒนาให้สามารถอ่านข้อมูลได้ทั้ง 2 ด้าน เรียกว่า Double-sided 
 
หัวอ่านจะสัมผัสกับแผ่นดิสก์โดยตรง
  
ทำให้ต้องใช้ความเร็วหมุนจานที่ต่ำ คือประมาณ 300 รอบต่อนาที
 
(เทียบกับ 7200 รอบต่อนาทีที่เป็นมาตรฐานของฮาร์ดดิสก์ในปัจจุบัน)
  
และเนื่องจากหัวอ่านสัมผัสกับแผ่นดิสก์โดยตรง ทำให้แผ่นมีการสึกหรอได้ง่าย
 
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจะมีการส่งสัญญาณ
 
ไปเปลี่ยนแปลงค่าสนามแม่เหล็กที่หัวอ่าน


 

เมื่อตัวไดรว์ของดิสก์อ่านข้อมูลได้แล้วจะทำการส่งต่อให้กับคอนโทรลเลอร์ควบคุมแบบอนุกรม

(ทีละบิตต่อเนื่องกัน) ต่างกับฮาร์ดดิสก์ที่ส่งแบบขนาน ทำให้ส่งข้อมูลได้ช้ามาก
 
(อัตราการส่งข้อมูลจะอยู่ในช่วง 0.5-1 เมกะไบต์ต่อวินาที
 
ส่วนความเร็วในการค้นหาข้อมูลตกประมาณ 60-200 Millisecond)
 
โดยส่งต่อข้อมูลให้ซีพียูด้วยการทำ DMA (Direct Memory Access)
 
ขณะที่ฟล็อปปี้ไดรว์ทำงาน อุปกรณ์อื่น ๆ ต้องหยุดรอ
 
ทำให้การทำงานของระบบเกือบจะหยุดชะงักไป


 

Note : DMA (Direct Memory Access) หรือการส่งเข้าถึงข้อมูลในหน่วยความจำโดยตรง

คือกระบวนการโอนย้ายข้อมูลระหว่างหน่วยความจำกับอุปกรณ์ภายนอก โดยไม่ผ่าน CPU
 
 
-

 
-

 

ที่มุมด้านหนึ่งของฟล็อปปี้ดิสก์จะมีกลไกป้องกันการเขียนทับข้อมูล(write-protect)
  
หากเป็นแผ่น 5.25 นิ้วจะเป็นรอยบาก ซึ่งหากปิดรอยนี้จะไม่สามารถเขียนข้อมูลได้
 
ต่างกับ ดิสก์ 3.5 นิ้ว ที่จะเป็นสลักพลาสติกเลื่อนไปมา
 
หากเลื่อนเปิดเป็นช่องจะบันทึกไม่ได้
 
ตอนเด็กๆก็สับเล่นแก้เซ็งอยู่ค่ะ Foot in mouth
 
(ฟังดูขาดแคลนของเล่นยังไงไม่รู้แฮะ)
 

ประวัติ 


ฟลอปปีดิสก์ขนาด 8 นิ้ว, 5¼ นิ้ว, และ 3½ นิ้ว

 

ขนาด 8 นิ้ว ค.ศ. 1971

ใช้กับเครื่อง System/370 ของบริษัทไอบีเอ็ม (IBM) สร้างโดย เดวิด โนเบิล

  
ขนาด 5¼ นิ้ว
  
ขนาดเท่ากระดาษเช็ดมือ
 
บริษัทซูการ์ตก็ผลิตแผ่นดิสก์ขนาดนี้ได้และได้รับความนิยม
 
ในตอนแรก แผ่นมีความจุ 110 กิโลไบต์ ต่อมา บริษัท Tandon พัฒนาให้ความจุสูงขึ้น
  
โดยใช้วิธีเก็บข้อมูลสองหน้า (double density) ทำให้สามารถเก็บได้ 360 กิโลไบต์


ขนาด 3½ นิ้ว ปีค.ศ. 1984

บริษัทแอปเปิลผลิตเครื่องที่ใช้แผ่นดิสก์ของบริษัทโซนี่
 
และผลักดันให้แผ่น 3½ นิ้ว เป็นมาตรฐานในวงการอุตสาหกรรมของอเมริกา
 
ความจุเริ่มแรก คือ 360 กิโลไบต์ สำหรับหน้าเดียว (single density)
 
และ 720 กิโลไบต์ สำหรับสองหน้า และต่อมาก็สามารถเพิ่มความจุเป็น 1.44 MB
 
โดยการเพิ่มความจุต่อหน้า (high-density)


ต่อมา ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 21 มีความจุเป็น 2.88 MB (extended-density)

โดยการเปลี่ยนวิธีการเคลือบแผ่น
  
แต่รุ่นสุดท้ายนี้ไม่ได้รับความนิยม เพราะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในขณะนั้น
  
ต้องการความจุที่สูงกว่านี้ แผ่นดิสก์จึงถูกแทนที่ด้วยหน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบอื่นไป
  
เช่น ซีดีรอม และ ดีวีดีรอม


 



Floptical Disk


-
 
ตารางเปรียบเทียบความจุของแผ่น Floppy Disk กับ Floptical Disk

-

เป็นการนำเทคโนโลยีด้านแสงเข้ามาช่วยในการบันทึกข้อมูลแต่ไม่ได้ใช้แสงโดยตรง
 
ลักษณะ Floptical disk จะมีรูปร่างเหมือนฟล็อปปี้ดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วทุกประการ
 
แต่มีความจุมากขึ้นเป็น 120 เมกะไบต์ และตัวไดรว์ยังใช้อ่านเขียนข้อมูลแผ่นดิสก์ธรรมดาได้ด้วย 
 
ชื่อทางการค้าของ Floptical Drive ที่เป็นที่รู้จักกันได้แก่ SuperDisk จากบริษัท Imation


หลักการของ Floptical Drive อาศัยการบันทึกข้อมูลด้วยสนามแม่เหล็ก

เหมือนฟล็อปปี้ดิสก์ธรรมดา แต่ใช้กลไกการอ่านที่เรียกว่า optical servo
 
(หรือบางทีเรียกว่า Laser servo) หรือวงจรเลื่อนตำแหน่งหัวอ่านควบคุมด้วยแสง
  
ทำให้สามารถเลื่อนหัวอ่าน/เขียนได้ตรงกับแทรค
 
ที่มีความหนาแน่นกว่าดิสเก็ตธรรมดามาก
  
เช่น ในดิสก์ธรรมดามี 80 แทรค 2480 sector
 
แต่ใน Floptical disk จะมี ถึง 1,736 แทรค 245,760 sector
 
ทำให้ได้ความจุรวมถึง 120 เมกะไบต์ต่อแผ่น Floptical disk
 
หมุนด้วยความเร็ว 720 รอบต่อนาที
 
และมีอัตรารับส่งข้อมูล ประมาณ 3.2-5.4เมกะบิตต่อวินาที


 




อ้างอิง

http://th.wikipedia.org/wiki/ฟลอปปีดิสก์

 

Pic
-
ขอบคุณที่อ่านจนจบค่ะCool
มีคนโดนดักอายุไปกี่คนคะ Kiss
เรื่องความถี่ในการอัพ blog ปีนี้ก็รอลุ่นสถานการณ์ต่อไปค่ะ
(การเรียน + 502 504 Foot in mouth )
ขอบคุณทุกคนที่ยังไม่ลืมกันนะคะ Surprised 
-
-
-
-

Comment

Comment:

Tweet

ดักแก่กันเลยทีเดียว จำได้ว่าตอนแฟลชไดร์ฟออกใหม่ๆ ราคาแพงมากตอนนี้ราคาลดลงจนตกใจ

Hot! Hot! Hot!
ขายส่ง โบท็อก/ฟิลเลอ
**Botulax**
[img]http://image.ohozaa.com/i/2e6/sAWI0m.jpg[/img]
**Dermalax**
[img]http://image.ohozaa.com/i/f6c/j0kwK8.jpg[/img]
**Allergan**
[img]http://image.ohozaa.com/i/a06/Ks2j0U.jpg[/img]
ขายส่ง โบท็อก/ฟิลเลอ Botulax/Dermalax/Allergan จร้า...
ของแท้ไม่แยแสของปลอม จร้า...
สนใจติดต่อ คุณเพชร โทร084-405-5154 ID LINE : petch444
(กรุณาอย่า Copy ภาษาไทย/* เพื่อดูสินค้าจร้า...)

#15 By ppppetch (58.8.75.170|58.8.75.170) on 2014-02-18 20:24

ชอบ

#14 By Forever Drift on 2014-01-28 18:36

@blackfairytale มันกลายเป็นไอเท็มในตำนานไปแล้วล่ะค่ะ big smile
@toonpcb  โดนดักอายุอีกคนแล้วสินะคะquestion (เหมือนพูดไม่ดูตัวเองเลยเราsad smile )  
@drpetong หลังๆเหมือนโดนบีบให้เปลี่ยนเพราะเซฟไฟล์ไม่พอค่ะsad smile

#13 By R-Tech on 2014-01-26 13:04

สมัยนั้นจำได้ว่า ผมใช้ Floppy Disk หยุคนเดว เพื่อนเริ่มเปลี่ยนมาใช้ Flash drive, thumb drive กันหมดละ 555 sad smile

#11 By drpetong on 2014-01-24 17:19

แหม... เคยใช้ ซะทุกรุ่นเลย พี (แก่..) Hot!

#10 By p.cobra on 2014-01-23 03:01

ของที่คนลืมมีประวัติที่ยาวนานจริงๆ

#9 By lastraindrop on 2014-01-19 13:04

@r-tech  อันนั้นพิมพ์ผิด จริง ๆ มันไดร์ หรือ B ไดร์ C มันเป็นโปรแกรมเครื่อง  #เฟลนิดนึง

#8 By 121 on 2014-01-18 18:09

@nights-7  คิดถึงเหมือนกันค่ะbig smile  เคยเห็นเครื่องที่เก่า(มากๆ ชนิดเปิดแทบไม่ขึ้นsad smile )มีอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ลองหาแผ่นไปเสียบดูว่ายังใช้ได้มั้ยsad smile
ปล.มะ..มันสนุกจริงๆนะคะcry
@niishini แหะๆ แอบดักอายุนิดนึงค่ะquestion
ปล.drive C??
@warbandit เคยจะเซฟงานส่งอาจารย์...ตูม floppy disk ทะลัก เซฟไม่พอ  ตอนนั้นเศร้าเลยค่ะ
@mika-chai  เคยเล่นแผ่นเหล็กเลื่อนไปเลื่อนมาจนจะพังมาแล้วล่ะค่ะsad smile (บังเอิญตอนเด็กมือคันไปนิดนึงค่ะ)    

#7 By R-Tech on 2014-01-17 20:34

555 โดนเต็มๆ ทุกรุ่นเลย จำได้ว่า รุ่น 8 นิ้วเก็ยรักษายากมากๆ เสียเยอะเลย.

#6 By Chai on 2014-01-17 08:54

ต่อไปเราคงเห็นฟลอปปี้ดิสก์ในไอคอนโปรแกรมอย่างเดียวแล้วครับ ก็ดีแล้วละ เพราะเทคโนโลยีสมัยนี้ต้องใช้ข้อมูลที่ขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ  Hot!

#3 By Ratcicle on 2014-01-15 17:49

ดักแก่ชัด ๆ
ตอนเด็ก ๆ เคยใช้อยู่นะ 
ป.ล. ปัจจุบันไม่เจอคอมพ์รุ่นใหม่ที่มีไดร์ C แล้วแฮะ  Hot! Hot! Hot! Hot!

#2 By 121 on 2014-01-15 09:53

เห็นแล้วคิดถึงจริงๆ (เอ๊ะ  ที่คิดถึงนี่เพราะเคยใช้ตอนเด๊ก เด็ก นะ sad smile )
แต่เพิ่งรู้นี่แหละว่าทำไมต้องเริ่มที่ไดร์ c   เทคโนโลยีโลกไปเร็วจริงๆ ตอนนี้ไม่เคยเจอเลยนะ เครื่องที่มีช่องใส่แผ่นดิสก์นี้เนี่ย
ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากครับ confused smile
ปล.สลักพลาสติกเลื่อนไปมา  ตอนเด็กๆนี่เล่นเพลินเลยเหมือนกัน (มันเพลินจริงๆนะ sad smile )Hot! Hot! Hot!

#1 By NiGHTSSE7EN on 2014-01-13 23:19